ประมวลภาพ – งานออกแบบที่ทำให้ชุมนุมภาษาต่างประเทศ

ปีการศึกษา 2558

โปสเตอร์ วันภาษาต่างประเทศ 2558
โปสเตอร์ งานนิทรรศสวนฯ 2016 ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

นิตยสารชุมนุม The Broadening ฉบับที่ 4

สำหรับรูปเล่มนั้นสามารถดาวน์โหลดได้ที่ : คลิกที่นี่

โปสเตอร์ งานนิทรรศสวนฯ 2016 ของชุมนุมภาษาต่างประเทศ
ภาพ logo ชุมนุม ที่ออกแบบใหม่ เพื่อสื่อว่า “การพูดภาษา
อังกฤษได้ ก็เปรียบได้กับการพูดกับคน
ทั้งโลกได้”

ปีการศึกษา 2559

โปสเตอร์ วันแนะนำกิจกรรม 2559 ของชุมนุมภาษาต่างประเทศ
ป้ายชื่อ ของสตาฟในวันภาษาต่างประเทศ 2559
โปสเตอร์ วันภาษาต่างประเทศ 2559

ปีการศึกษา 2560

 

โปสเตอร์ วันแนะนำกิจกรรม 2560 ของชุมนุมภาษาต่างประเทศ
โปสเตอร์ วันภาษาต่างประเทศ 2560
ภาพ “Sixty Essentials” ซึ่งได้จัดทำเพื่อนำแจกน้องที่สมัครเข้าร่วมชุมนุม ในวันแนะนำกิจกรรม 2560

ทั้งหมดนี้ก็เป็นงานทั้งหมด ที่ได้ทำให้แก่ชุมนุมภาษาต่างประเทศนั่นเองครับ

Update – Aftermath (?)

หลังจากผ่านมานานกว่า 100 ปี (เว่อมาก) จากอัพเดทแรกเมื่อตอนกันยายน 2560 ในที่สุด เราก็มมีเวลาว่าง (จริงๆ หรือเปล่านะ) กันซักทีนะครับ จากตอนที่แล้ว ที่คิดว่าการทำบล็อคนั้นจะพยายามเล่าเรื่องของตัวเองให้มันมากเข้าไว้ แต่ว่าไม่มากจนเกินไป

กลายเป็นว่าไม่ได้ทำเพิ่มเลยซะงั้น

ตอนนี้ที่หลังจากมรสุมแห่งการสอบ TCAS ที่ผ่านไปทั้ง GAT PAT รวมถึง “ความถนัดทางวารสารสนเทศ” ที่ได้สอบไปแล้วด้วย เรื่องรีวิวข้อสอบต่างๆ เดี๋ยวจะวนกลับมาให้ครบทีหลังนะ

หลังจากนี้มีเรื่องที่อยากเล่าย้อนหลังอยู่เยอะเลยทีเดียวแหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไปเที่ยว กิจกรรม หรืองานแปล (ใช่ครับ ผมแปลเกมกะเขาด้วย ฮา)

ผมคิดว่าตอนนี้ เหมือนอยู่ในช่วงระหว่างทางเลือก ว่าเราจะไปอยู่ที่เส้นทางใด แล้วมันจะจบลงเช่นไร อันนี้ต้องรอดูกันต่อไปครับ

แต่ว่าตอนนี้ที่จะทำก็คือ จะลองอัพเรื่องให้บ่อยขึ้น ไม่ใช่แค่งาน แต่รวมไปถึงเรื่องที่สนใจ เรื่องเที่ยว อีกด้วยล่ะครับ

เลยจะเปิดหมวดหมู่ใหม่ในนาม “ท่องเที่ยว” และ “คาบข่าวมาบอก” ครับผม

หมวดท่องเที่ยวจะพาไปเที่ยวที่ต่างๆ ทั้งย้อนหลัง และกำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้านี้เลยนะครับ รอดูการอัพเรื่องแบบไม่หยุดหย่อนได้เลย (หรอ ฮา)

ส่วนหมวดคาบข่าวมาบอกจะเอาข่าว (ที่เน้นไปในทางเทคโนโลยีมากกว่า) มาแปลและสรุปให้อ่านกันในนี้ครับผม อาจเน้นเรื่องคอมฯ หรือว่าโทรศัพท์มากกว่านะครับ ไม่ว่าจะแบบไหน ผมจะลองเอาแต่ละเรื่องมาลงให้อ่านกันก่อนได้เลยนะครับ

แล้วหมวดที่เหลือ จะยังทำอยู่ไหม บอกเลยว่ายังทำอยู่แน่นอนครับ ไม่ว่าจะงาน หรืออัพเดตชีวิต ก็ยังทำต่อแน่นอนครับ (ถึงจะไม่มีคนอ่านแล้วก็ตาม ถถถ)

พร้อมไปก้าวต่อไปละครับ
กิตติ.
10/3/2561 19.37

Update ! – อย่างกะมาปัดฝุ่น

แค่กๆ ปัดฝุ่นทีนี่รู้สึกเลยว่าเหมือนเราแทบไม่ได้ทำอะไรกับไอเจ้าบล็อคนี้เลย

จะเริ่มจากอะไรก่อนดีละเนีย ถถถ

พอดีว่าคณะ ICT มหิดลมันเปิดรับรอบ Portfolio แล้วคือเพื่อนเรามันก็เนอะ ไปสมัครตามๆกันไป

“แล้วมันติดเว้ย”

อห คือพอเราเห็นงี้ก็แบบ “มันก็ลอยลำแล้วสิวะ” รอยาวไปเลย ติดมหาลัยแล้วนี่

ทีนี้ความเครียดก็ครอบงำสิครับ

ต้องท้าวความก่อนว่า เราอยากจะเข้านิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เนอะ สาขาวารสารสนเทศงี้ ก็มีรอบโควตา เราก็ต้องทำพอร์ตกะต้องเตรียมอ่านความถนัดสารสารสนเทศ (ซึ่งจริงๆก็มีเรียนนะ อยู่พฤศจิกานู่น)

แต่ว่าพอเห็นเพื่อนมันติด เราก็ Concern ไรงี้

“ถ้ากุไม่ติดจะทำไงดีวะ”

ที่บ้านก็ดูให้ความหวังกะเรามากนะจริงๆเขาถึงกะอยากให้เราเข้าอินเตอร์เลยด้วย

(แต่เรามองว่าค่าเทอมมันแพงไปง่ะ)

แล้วคือถ้าไม่ติดรอบโควตาเนี่ย คือแย่เลยนะ เพราะไอ TCAS 4.0 ไรของทาง ทปอ. เขาเนี่ย มันเรียงเป็นรอบๆอ่ะ พอเราไม่ติดรอบโควตา (คือรอบ 2 อ่ะนะ) มันก็ต้องไปต่อสู้กะคนอื่นๆ (ทั่วๆไป) ในรอบที่ 3 (คือรับตรงปกติเนี่ยแหล่ะ) แล้วก็จะต้องถาโถมมาทั้ง GAT PAT1 หรือ 7 อีกด้วยนะ (ไอนี่ก็จับปลา 18 มือไง เรียนแม่งหมดอ่ะ GAT PAT1 PAT 7.3 อีก แต่ครบแค่ GAT เชี่ือมโยงอ่ะ ;-; ) แล้วคือหมดนี่มันทำให้เรารวนอ่ะ พอไม่มั่นใจแล้วคือจะทำไงดีวะ

เมื่อวาน เพื่อนมันก็นัดไปเรื่องทำพอร์ท บอกให้สรุปใหม่ไปเลย ว่าจะเอาไงกันแน่ ถ้าทำพอร์ตก็ต้องเต็มที่ อย่าอยู่กะที่แบบนี้ แล้วต้องเริ่มทำได้แล้ว

แล้วคือด้วยความที่เราก็ทำกิจกรรมมาค่อนข้างพอสมควร และคิดว่าเราน่าจะพอมีอะไรไปสู้เขาได้บ้าง ก็เลยว่าจะทำพอร์ต แต่ว่าที่เคยทำไป มันดูแบบไม่ค่อยจะดีพอสำหรับที่เราทำเลยอ่ะ แล้วคือก็ท้ออีก เพราะคิดว่าเราทำไม่ได้

แต่สุดท้ายก็ “เอาวะ” ก็ต้องสู้กันต่อไปแหล่ะเนอะ

ดังนั้นตอนนี้ สิ่งที่ทำอยู่อย่างแน่นอนคือ “Portfolio แบบใหม่” ที่เราจะทำให้มันออกมาเป็นนิตยสารมันซะเลย (เล่นใหญ่ด้วยนะ ไงล่ะมึ้ง)

ตอนนี้ถ้าให้ดูได้จริงๆคงมีแต่ปกอ่ะ 555

(คือดูเล่นใหญ่เนอะ)

สุดท้ายถ้ามันจะติดจริงๆ ก็ต้องติดตั้งแต่รอบนี้แหล่ะ คนมันจะติด ทำยังไงก็ต้องติด !!!

หรือเราแค่คาดหวังกับตัวเองมากเกินไปกันนะ. . .

สงสัยจะต้องไปอ่านหนังสือเผื่อด้วยละแฮะ

กิตติ.
28/9/2560 22.45

= ทั้งหมดนี้จะอยู่ใน Storylog เราด้วย ไปหาดูได้ที่ จิ้มสิครับบบบ เลยน้าาาา =

ปล. 1 หาเรื่องขาย Storylog เราด้วยเลย เป็นไงล่ะ เรื่องแบบนี้จะไปโผล่ในหนังสือ “Lost in Thoughts” นะ น่าจะเจอเรื่องบ่นในนั้นมากกว่า
ปล. 2 พอร์ตคืบหน้ายังไง เดี๋ยวจะพยายามเอารูปมาให้ดูกันนะ
ปล. 3 วันอาทิตย์นี้สอบ CU-TEP นะ แต่พอไปดูเกณฑ์นิเทศอินเตอร์ ม่างใช้ CU-AAT @#$%##$@##$@$!!

Work#02 – Model ตึกยาวในงานวันละอ่อน

เนื่องด้วยในวันที่ 8 มิถุนายน 2560 นั้นจะต้องมีการจัดกิจกรรมวันละอ่อน* และเนื่องจากว่าเรา ได้อยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว จึงต้องเป็นผู้จัดงานวันละอ่อน โดยที่ทางเราได้เป็นผู้จัดฐานในฐาน “กตัญญูพ่อแม่”

และเนื่องจากทางคณะกรรมการนักเรียน ได้มีการออกนโยบายว่าต้องมีของที่ระลึกให้กับน้องระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน โดยของที่ระลึกนั้นจำเป็นต้องมีการออกแบบอย่างสวยงาม เก็บรักษาง่าย และมีความหมายในตัวของมันเอง

* วันละอ่อน เป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่ ม.6 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับรุ่นน้อง ม.1 โดยจัดขึ้นในช่วงวันไหว้ครู โดยหลังจากไหว้ครูเสร็จจะเริ่มกิจกรรม ซึ่งพี่ๆ ก็จะจัดฐานกิจกรรมไว้ให้รุ่นน้อง ให้รุ่นน้องได้ผ่านการผจญภัยในฐาน สนุกสนานร่วมกันกับเพื่อนๆ ซึ่งในทุกฐานนั้นจะมีการปลูกฝังน้องๆ แฝงไว้ด้วยเสมอ ต่อจากนั้นจะมีการเล่นคอนเสิร์ต และพิธีบายศรีสู่ขวัญโดยท่านคณาจารย์ และปิดท้ายด้วยการที่น้องจะลอดซุ้มมือของพี่ๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง รุ่นพี่จะร้องเพลงโรงเรียนต่างๆ ปลูกฝังและให้ข้อคิดดีๆ แก่รุ่นน้อง เพื่อแสดงการต้อนรับการเป็นรุ่นน้องอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น วันละอ่อนจึงเป็นนิยามที่ว่า วันที่น้องๆ ม.1 จะต้อง “ละ” ความ “อ่อน” วัยของตัวเอง เพื่อพร้อมเผชิญหน้าและยืนหยัดกับสังคมแห่งใหม่ พร้อมที่จะมีความเป็นสุภาพบุรุษสวนกุหลาบอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะเป็นรุ่นพี่ที่ดีของรุ่นน้องต่อไปในอนาคต

และจากการเข้าร่วมประชุมระหว่างเรา และเพื่อนๆจึงได้มีข้อสรุปว่า ทางฐานจะทำเป็น Model ตึกยาว ที่สามารถนำไปประกอบเองที่บ้านได้โดยง่าย โดยความหมายของมันก็คือ

ความรักของพ่อแม่ก็เปรียบเสมือนตึกยาวอันทรงคุณค่าและอยู่คู่กับเราชาวสวนกุหลาบมาช้านาน จนถึงวันนี้ และจะคงอยู่กับตัวเราตลอดไป หากน้องรู้จักที่ จะดูแล ทะนุถนอม และทดแทนคุณที่ทั้งพ่อแม่ และตึกยาวได้มอบให้กับเรา ดังนั้น ถ้าเรารู้จักที่จะกตัญญู รู้คุณค่าของทั้งคู่แล้ว สิ่งนั้น ก็จะอยู่กับเราตลอดไป

เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนั้นแล้ว จึงได้ลงมือทำโดยการหารูปตึกยาว และวาดร่างตามแบบ

 ซึ่งแบบที่ใช้นั้น เป็นรูปถ่า่ยตึกยาว ที่สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต 

และได้ทำการวาดขึ้นมาจากแบบนี้ โดยแยกชิ้นส่วนประตูหน้า ด้านหลัง หน้าต่างด้านข้าง และหลังคา

แล้วจึงได้ประกอบทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ให้ตรงตามแบบการพับที่สามารถพับ และติดกาวได้โดยง่าย แล้วตกแต่งให้สวยงาม น่าเก็บสะสม

*ลายน้ำไม่มีในผลงานจริง*

และมีรูปทรงเมื่อพับเสร็จแล้วเป็นเช่นนี้

ทั้งหมดก็เป็นไปตามนี้นั่นเอง

หากต้องการดาวน์โหลดไฟล์โมเดลเพื่อนำไปปรินท์และทดลองพับ สามารถดาวน์โหลดได้เลยที่ คลิกที่นี่ | Click Here

18.07.2017
กิตติ.

Pixashow – Chula Expo 2017

วันนี้เราจะนำภาพที่ได้ถ่ายมาจากงาน Chula Expo 2017 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ได้ชมกันครับ โดยหลักๆแล้วจะไปที่คณะอักษรศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์ (ช่วงเย็นๆ) มาครับผม เชิญชมกันได้เลยย !!

ขอบคุณสำหรับการรับชมครับ
กิตติ.

เกมใดเมื่อเล่นแล้วทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ?????

เป็นประเด็นกันขึ้นมาเลยทีเดียวนะครับ กับคำถามที่จริงๆแล้วก็ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เมื่อเพจเฟสบุค “เกมเมอร์อมตีน” ได้ทำการโพสต์ภาพเจ้ากรรมซึ่งทางแฟนเพจของเขาส่งมาตามรูปข้างล่าง

2. เกมใดเมื่อเล่นแล้วมีโอกาสทำให้เด็กที่เล่นเสี่ยงที่จะมี พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
ก. GTA
ข. PANGYA
ค. THE SIMS
ง. AUDITION

ซึ่งคำถามนี้เราก็พอจะสังเกตได้ว่าเป็นข้อสอบวิชา “สุขศึกษา” อย่างแน่นอน โดยเราจะสังเกตจากคำถามเรื่องของพฤติกรรมที่ก้าวร้าว และตามทฤษฎีแล้วเขาจะมองว่าการ”เล่นเกมที่มีความรุนแรง” จะนำไปสู่ “พฤติกรรมที่รุนแรง” ได้เช่นกัน หากยึดตามทฤษฎีแล้วล่ะก็ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตอบ “GTA” อยู่แล้วใช่ไหมล่ะครับ

แต่ถ้าเกิดว่า “ไม่ใช่ตามทฤษฎี” ล่ะครับ ? หากว่าเรามองตามเนื้อเกมจริงๆ ว่าเกมไหนที่สามารถ “เล่นให้เกิดความรุนแรง” ได้แล้วล่ะก็ เรื่องนี้เราต้องมาดูกันใหม่ครับ และนี่ ก็คือเรื่องที่เราจะมาพูดกันในวันนี้ครับ.

ก. GTA

เกมที่ “ผู้ใหญ่หลายๆท่าน” มองว่าเป็นเกมที่รุนแรง ซึ่งมันก็อาจจริงครับ ถ้าคนเล่นเกิดอยากจะทำตามเนื้อหาของเกมขึ้นมาจริงๆ ทั้งๆที่ตัวเกมเอง ก็สื่อถึงอีกด้านหนึ่งของสังคม ที่คนเป็นผู้ร้ายนั้นต้องเผชิญกับอะไรบ้าง อย่างในเกมที่กระทำความผิด แล้วดาวขึ้น จนตำรวจในเกมไล่ล่าเรา นั่นแหล่ะครับ หรืออย่างภาคใหม่สุด อย่าง “GTA V” หรือ GTA 5 นี้เอง ก็มี”Editor Mode” ซึ่งใช้สำหรับ “ทำภาพยนตร์จากเกม GTA V” ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าประโยชน์ของเกมนี้นั้น ถือว่ามีอยู่พอสมควรเลยทีเดียวครับ

สำหรับหนังสั้น ที่ทำจาก “Editor Mode” ของ GTA V นั้นเราก็จะคุุ้นๆตากันอยู่กับ MV เพลง “มือปืน” ของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ หรือเพลง “โทน” ของ bodyslam ที่ถูกสร้างด้วย Editor Mode โดย Official Shredder นั่นเองครับ

ซึ่งสรุปแล้ว การที่เราจะมองว่า GTA V นั้นก่อให้เกิดพฤติกรรมความรุนแรงในเด็กหรือไม่ สรุปแล้วก็คือ ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเองทั้งนั้นครับ ว่าเด็กจะจำไปใช้หรือเปล่า ท้ายที่สุดก็อยู่ที่การดูแลของตัวผู้ปกครองเองอยู่ดีครับ

ข. PANGYA

แค่พูดชื่อ ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของอดีต ที่แต่ก่อนผมเองก็เล่นเกมนี้มาด้วย ซึ่งเกม Pangya ในสมัยนั้นถือว่าเป็นเกมออนไลน์เกี่ยวกับกีฬาเกมแรกๆที่ไม่ใช่เกมฟุตบอลอย่าง Winner เลยก็ว่าได้ ทำให้ได้เล่นมันมาอยู่พักนึงแล้วก็เห็นว่า ไม่ได้ก่อให้เกิดความรุนแรงแก่ผมเลยแม้แต่น้อย เพราะเป็นเกมที่ออกไปทางสนุก และมีสาระเกี่ยวกับเรื่องของกอล์ฟ และศัพท์ของกอล์ฟอีกด้วย (นี่เป็นที่แรกที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า Par Bogey Hole in One เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้) เรียกได้ว่าเกมนี้หาที่ติเรื่องของความรุนแรงไม่ได้เลย เพราะตัวเกมเองก็เน้นเรื่องของการตีกอล์ฟ (และเติมตังเพื่อซื้อตัวสวยๆเก่งๆมาใช้ 555 อีกทั้งยังมีการแต่งตัวอีก) เสียส่วนใหญ่อยู่แล้ว

ถ้าเกิดว่าใครหลายๆคนที่ยังไม่เคยรู้จักว่า “เกมปังย่า” เกมนี้มันคืออะไรหว่า ลองดูคลิปเล่นเกม Pangya ของพี่เอก MR.HEART ROCKER กันก่อนดีกว่า

ค. THE SIMS

ขึ้นชื่อว่าเป็น “เกมที่มีส่วนเสริม (DLC) ขายมากที่สุดในโลก” (ผมว่าเอง 55555) เกม The Sims ก็เป็นอีกเกมที่ผมชอบเช่นกัน (แม้ว่าอาจยังเล่นเถื่อนอยู่ก็ตามสำหรับภาค 3 – 4) แต่จริงๆแล้วเกมจำลอง “ชีวิต” ที่ให้เราเป็นพระเจ้าในการควบคุมมนุษย์ (ซิมส์) ในการทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันตั้งแต่เกิดจนตาย หรือตั้งแต่เรื่องกิน ออกกำลัง และการดำรงเผ่าพันธุ์ นั่น ทำให้เราสามารถที่จะ “ทำอะไรก็ได้” กันซิมส์ของเรานั่นล่ะครับ จึงทำให้เกมนี้ก็สามารถสร้างนิสัยความรุนแรงได้เช่นกัน (หากยังคงยึดตามหลักทฤษฎี) เพราะเราสามารถ ฆ่า ซิมส์ในเกมได้ด้วยครับ พอจะเห็นได้จากคลิปตัวอย่างของ Rewila ครับ

จากคลิปเราก็จะเห็นได้เลยว่า หลายๆอย่างในนั้นเราสามารถคุมเองได้เช่นกันว่าจะให้เกิดหรือไม่ นั่นล่ะครับ แต่ก็อีกเช่นเคย หากเราสามารถแยกแยะได้ว่านี่เป็นเพียงเกมอีกเกมหนึ่ง ที่ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับมันแค่นั้น ก็ไม่สามารถสร้างพฤติกรรมก้าวร้าวกับเราได้หรอกครับ

ง. AUDITION

เป็นเพียงเกมเดียวเท่านั้น จากตัวเลือกทั้งหมดที่ผมไม่เคยได้สัมผัส หรือเล่นมันมาก่อนเลย แต่เท่าที่ดูคนอื่นๆเล่นมา นั่นทำให้ได้เห็นชัดเลยว่า เกมนี้ก็ไม่สามารถก่อให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงในเด็กได้ เนื่องจากก็เป็นเพียงเกมเต้น (แต่งตัว จีบสาว และอื่นๆ) เท่านั้น โดยสาเหตุอันน้อยนิดที่จะทำให้เกิดความรุนแรงได้ก็คือ “การเล่นแพ้” หรือ “เน็ตหลุด” แค่นั้นเองครับ ซึ่งทั้งคู่ก็ล้วนแล้วแต่จะเกิดจากตนเองทั้งสิ้นเลยครับ แล้วหากว่าจะตอบคำตอบนี้เพราะว่าทำให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงกับเด็กจริง ข้อ ข. อย่างปังย่าเองก็ทำให้เกิดความรุนแรงได้เหมือนกันไม่ใช่หรอครับ ดังนั้นทั้งข้อนี้และข้อ ข. จึงไม่น่าตอบเลย

สรุป

สรุปแล้วข้อ 2. นี้อาจตอบได้ทั้งข้อก. และข้อ ค. แต่จริงๆแล้วก็คือ”ไม่ควรตอบเลยซักข้อ” เพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว เด็กจะมีพฤติกรรมที่รุนแรงจากเกมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเองทั้งสิ้น และตัวผู้ปกครอง ว่าอบรมสั่งสอนให้เด็กใช้เกมเป็นแบบอย่างหรือเปล่า หรือว่าปล่อยให้เด็กเรียนรู้การใช้ความรุนแรงจากอย่างอื่นแล้วมาโทษเกมทีหลังหรือเปล่า อันนี้ก็สุดแล้วแต่ที่เราจะมองครับ

กิตติ.

ปล. ที่ไม่พูดถึง “เกมฝึกภาษาได้” นั่นก็เพราะว่าบางคนไม่ยอมรับความรู้ภาษาอังกฤษจากเกมเข้าหัวเลยเนี่ยสิครับ
ปลล. นี่ไม่พูดถึงละครแล้วนะ อยากอ่านเรื่องละครทำร้ายเด็กอย่างไรแนะนำให้ไปดูเพจ ละครสะท้อนอะไร ก็ได้นะครับ
ปลลล.ล่างสุดนี้เป็นโพสต์ต้นทางจากเพจ “เกมเมอร์อมตีน” ครับ

Work Old1 – ART Summary : FLC Work of 2015

ในบทความนี้จะเป็นการประมวลภาพรวมงานของเราในฐานะ “ออกแบบ” ของชุมนุมภาษาต่างประเทศ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2558 ครับผม เชิญชมได้เลย

  1. #FLD2015

2. #BDN4

สำหรับรูปเล่มนั้นสามารถดาวน์โหลดได้ที่ : คลิกที่นี่

3. #SKE2016

 

ขอบคุณที่รับชมครับผม สวัสดีครับ
กิตติ.

“กินเจแล้วได้บุญจริงหรอ”

[บทความต่อไปนี้ ถูกย้ายมาจากบล็อคเก่า ที่เคยได้รวบรวมข้อมูลไว้ที่ “kitti.hol.es/blog” ]

จากชื่อเรื่องข้างบนนั่นคงจะเป็นคำถามที่ใครหลายๆคนคงคิดกันอยู่แน่นอนว่า ตกลงการกินเจ หรือการกินโดยละเว้นเนื้อสัตว์เนี่ย มันทำให้เราได้บุญจากการกินจริงหรือ เราก็สงสัยเหมือนกันเลยไปค้นหามาแล้ว พอจะสรุปกันได้ดังนี้

พระเจ้าเทวทัตได้ขอให้พระพุทธเจ้าให้”ห้ามกินเนื้อสัตว์”

จากเว็บไซด์”ณัฐพบธรรม” ได้หาข้อมูลไว้พอสรุปได้ว่า ในสมัยพุทธกาลนั้นพระเทวทัตได้เคยขอพระพุทธเจ้าให้เพิ่มพระวินัย หรือข้อห้ามสำหรับพระสงฆ์ไว้อีก 5 ข้อซึ่งก็คือ

1) ให้ภิกษุทั้งหลายอยู่ป่าตลอดชีวิต เข้าสู่บ้านมีโทษ
2) ให้ภิกษุถือบิณฑบาตตลอดชีวิต รับนิมนต์มีโทษ
3) ให้ภิกษุถือผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต รับคฤหบดีจีวร (ผ้าที่เขาถวาย) มีโทษ
4) ให้ภิกษุอยู่โคนไม้ตลอดชีวิต เข้าสู่ที่มุงบังมีโทษ
5) ให้ภิกษุห้ามฉันเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต ฉันเข้ามีโทษ 

โดยที่กล่าวมาทั้ง 5 ข้อนั้นพระพุทธเจ้าได้ทรงปฏิเสธใน 4 ข้อข้างต้นนี้โดยข้อ 4 ทรงอนุญาตให้อยู่โคนไม้ได้  4  เดือน ช่วงเข้าพรรษาซึ่งตรงกับฤดูฝนโดยให้อยู่ประจำวัดแทน ส่วนในข้อ 5 ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั้นพระพุทธเจ้าได้ปฏิเสธเนื่องจากว่าส่วนหนึ่งก็เพราะพระสงฆ์เป็นผู้ขอคนอื่นทาน หากไม่ทานเนื้อสัตว์ จะกลายเป็นผู้กินยากอยู่ยาก และเป็นการสร้างความลำบากให้กับชาวบ้านทั่วไปที่ต้องการจะถวายอาหาร และได้บัญญัติว่าเนื้อที่ไม่ควรทานมี 10 อย่างคือ “เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้อราชสีห์ เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือดาว เนื้อเสือเหลือง เนื้อหมี เนื้อสุนัข และ เนื้องู”
และพระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงการฉันเนื้อว่าจะบาปก็ต่อเมื่อได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อถวายตน นั่นล่ะครับ ถึงจะเรียกได้ว่าบาป โดยหากเราไม่ได้เป็นไปตาม 3 อย่างที่กล่าวไว้เมื่อซักครู่นี้แล้วก็จะเปรียบเสมือนเรากินซาก และไม่บาปนั่นเองครับ
จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าเองนั้นยังฉันเนื้อสัตว์ได้ตามปกติ โดยไม่มีการฉันเจหรือมังฯแต่อย่างใด

แต่จะให้กินแล้วได้บุญก็ทำได้ ?

เว็บไซด์ CityVariety ได้กล่าวไว้ว่าการที่เราจะสามารถทานเจให้ได้บุญนั้นต้องทานโดย

1. กินเพราะอยากกิน : คือกินโดยมีความตั้งใจจริงว่าจะกินเพื่ออุทิศกุศลกรรมแก่บรรดาสัตว์ที่เราเคยเบียดเบียน ที่ล่วงลับไปแล้ว มีกุศลจิต อยากกิน ไม่ใช่ใครบังคับ หรือกินตามกระแสเพราะเขากินกัน
2. กินแล้วไม่บ่น : คือกินแล้วไม่มีการนับวันว่า “เมื่อไหร่จะหมดเจ” คือกินโดยไม่คำนึงถึงว่า หมดแล้วจะไปกินเนื้อที่ไหนต่อดี แต่ถ้ากินด้วยจิตใจอดทน  มุ่งมั่น เพราะตั้งใจที่ยอมละจากสิ่งที่เรานิยม เพื่อสร้างสมความดีทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ นั่นถึงจะได้บุญ
3. กินแล้วไม่เสียทรัพย์ : การกินตามเทศกาลทำให้เสียเงินมาก เพราะว่าเป็นช่วงที่มีความต้องการมาก การกินให้ไม่เสียทรัพย์จึงเกิดจากการทำอาหารเจทานเอง ถือว่าได้ฝึกวิชาการทำอาหาร และไม่เบียดเบียนตัวเอง ใจก็บริสุทธิ์ ทำครั้งหนึ่งก็แบ่งปันได้หลายคนอีก อันนี้ก็ทำให้ได้บุญจากการทำทานเช่นกัน
4. กินเป็นกิจวัตร : ไม่ใช่ว่าทานแค่ช่วงเทศกาลแล้วเลิกไป แต่อาจเป็นแค่ทานวันละมื้อ ก็ยังดี
5. กินให้สนุก : กินด้วยความรู้สึกสนุก หมดกังวล ละลดความติดยึดที่มีอยู่ในตัวตนออกไป แล้วผลบุญมันจะบริสุทธิ์ ให้คลายความกังวลว่า เราจะไปเจอเนื้อไหมนะ หรือย้อนกลับไปข้อ 3 คือหาสูตรการทำอาหารกันไปเรื่อยๆ นั่นสิถึงจะสนุกแล้วทานได้โดยไม่เบื่อ
6. ต้องรักษาศีลภาวนา : กล่าวคือให้เรารักษาศีลด้วย ไม่ใช่เราทานเจ แต่ยังคงทำบาปโดยการผิดศีล (แม้แต่ศีล 5 เองก็ตาม) นั่นก็จะไม่ได้บุญแต่อย่างใดแน่นอน

สรุป

พอเรามาสรุปกันจริงๆแล้ว การกินเจที่ถูกต้องนั้นอาจไม่ใช่แค่การเอาแต่กินเจๆๆๆไม่กินเนื้อสัตว์เลย แต่อาจเป็นการที่เรานั้นเลือกที่จะทานอย่างเหมาะสม และไม่ทำให้รู้สึกลำบากจนเกินไป เช่นจะทานเจ แต่ต้องถ่อนั่งรถไปตั้งไกลเพื่อหามาทาน นั่นก็ยังไม่ใช่ แต่ที่จะให้ดี อาจเป็นการทำเพื่อทานเอง หรือว่าทำแล้วแบ่งปันคนรอบข้างบ้าง นั่นสิถึงจะเรียกว่าทานแล้วมีความสุข อาจไม่ได้บุญมากนัก แต่การที่เรามีความสุขในการทานเจ ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกันครับ

แต่ยังไงผู้เขียนก็ไม่ได้ทานนะครับ ขอไปทานเนื้อต่อล่ะ ^^
กิตติ.
9-10-2016

ขอบคุณที่มา
http://www.nutpobtum.com/index.php?mo=3&art=419892
http://www.phuttha.com/พระพุทธเจ้า/ตรัสรู้/พระเทวทัตทูลขอวัตถุ-๕-ประการ
http://www.cityvariety.com/contents_old/detail/8278

 

Work Summary – English M.5

ในบทความนี้ จะมีการรวบรวมผลงานของกิตติ กับวิชาภาษาอังกฤษม.5 ทั้งหมดกัน เรามาเริ่มกันเลย !

1. งานสัมภาษณ์เรื่อง”คุณรู้จักคนไทยดีพอหรือยัง”

2. งานกลุ่ม “นิตยสารภัยพิบัติธรรมชาติ”

3. แผ่นพับ “Social Media Etiquette.”

4. งานตัวอย่างภาพประกอบ “Passive Voice”





5. Infographic – Thai Festivals of 2017

และทั้งหมดนี้ คืองานของวิชาภาษาอังกฤษ ม.5 ตลอดปีการศึกษา 2559 นี้ครับ
แล้วม.6 จะมีงานอะไรให้ได้ชมกันอีก ก็รอติดตามชมกันครับ

กิตติ.

Work#01 – Powerpoint สังคม – G8&Apec

งานนี้เราใช้ส่วนประกอบหลายอย่างด้วยกัน รวมถึงการผสมผสานกันของภาพถ่ายและกราฟฟิคอย่างลงตัวโดยประกอบจาก 2 สิ่งนี้

ภาพ Pattern สามเหลี่ยมแบบไม่มีพื้นหลัง

และใช้คลิปการประชุม G8 ที่ปิดเสียงวีดีโอ มาเป็นพื้นหลัง

เมื่อเอามาทับกันจะทำให้เกิดวีดีโอที่มีภาพ BG ภาพแรกทับอยู่ดังภาพตัวอย่าง

หลังจากที่เราเห็นตัวปกของ Powerpoint แล้ว เรามาดูข้างในกันดีกว่า

G8x apec_SK โดย Kitti.

เราจะเห็นว่าในสไลด์มีพื้นหลังที่ต่างกันออกไป 2 แบบคือ

  และ 

ซึ่งก็เกิดจากภาพ BG ภาพแรก และก็ภาพนี้

ผ่านการทำ Photo Filter ใน Photoshop จนเกิดเป็นภาพที่เห็นครับ

ก็หวังว่าการอธิบาย Powerpoint ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านครับ
กิตติ.

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑